ระบบปฏิบัติการ Windows Vista

vista          Microsoft Windows Vista เป็นโปรแกรมระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุดจากไมโครซอฟท์ ที่พัฒนาต่อจาก Windows XP และ Windows Server 2003 ที่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้มีความล้ำสมัย ทั้งรูปร่างหน้าตา และฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ และได้ปรับปรุงเรื่องความปลอดภัยและเน็ตเวิร์คให้สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ปัจจุบันได้วางจำหน่ายให้กับองค์กรธุรกิจวันที่ 8 พฤศจิกายน 2549 และวางจำหน่ายให้กับผู้ใช้ทั่วไปวันที่ 30 มกราคม 2550
Windows Vista นั้นมาพร้อมกับรูปร่างหน้าตาแบบใหม่หมด เพื่อที่จะได้ รับประโยชน์จากกราฟิก 3 มิติแบบฮาร์ดแวร์ หน้าต่างของโปรแกรมนั้นจะ ถูกเปลี่ยนใหม่เป็นแบบแก้วใส (Glass) ให้ความรู้สึกที่มีมิติและความลึก เข้าไปเมื่อคุณเปิดหลายๆวินโดว์พร้อมกันบนหน้าจอ หน้าตาของ Vista นี้ มีชื่อว่า Aero Glass ไม่เพียงแค่มันใสๆได้ ยังมีลูกเล่นที่เรียกว่า Windows Preview

ตัวอย่างหน้าต่างระบบปฏิบัติการ Windows Vista

vista2

ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows Vista เป็นโปรแกรมระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุดจากไมโครซอฟท์ ที่พัฒนาต่อมาจาก Microsoft Windows XP และ Microsoft Windows Server 2003 ที่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้มีความล้ำสมัย ทั้งรูปร่างหน้าตา (Interface) และฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ นอกจากที่ Vista จะมีความพิเศษในเรื่องฟังก์ชั่นต่างๆ แล้ว ไมโครซอฟท์ได้ปรับปรุงเรื่องความปลอดภัยและเน็ตเวิร์คให้สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ปัจจุบันได้วางจำหน่ายให้กับองค์กรธุรกิจวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 และวางจำหน่ายให้กับผู้ใช้ทั่วไปวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2550 ไมโครซอฟท์ประกาศใช้ชื่อ Microsoft Windows Vista อย่างเป็นทางการแก่สื่อมวลชนในวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 แทนที่ชื่อรหัส ลองฮอร์น (Longhorn) โดยคำว่า วิสตา ในภาษาอังกฤษ หมายถึงมุมมอง หรือทิวทัศน์

ไมโครซอฟต์ Windows Vista เป็นการพัฒนาจาก บริษัทไมโครซอฟต์ เพื่อใช้กับเครื่อง ไมโครคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer: PC) ซึ่งคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีโปรแกรมระบบปฏิบัติการ (Operating System) ในการทำหน้าที่ควบคุมการทำงานต่างๆ ของเครื่อง และอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งมีคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่สูงขึ้น จากระบบ Windows XP โดยต้องเตรียมคุณสมบัติ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ เตรียมฮาร์ดดิสก์ (การแบ่งพาร์ติชัน) การฟอร์แมต แล้วจึงติดตั้ง ระบบปฏิบัติการ Windows Vista ได้ ซึ่งระบบปฏิบัติการต่างๆ ที่ทางไมโครซอฟท์ ได้ออกแบบมา ต้องสัมพันธ์กันกับ อุปกรณ์ภายในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย ไม่เช่นนั้น การทำงานของระบบอาจ ไม่มีประสิทธิภาพพอ ความสำคัญของระบบปฏิบัติการ

ในอดีตการพัฒนาโปรแกรมสำหรับหน้าที่หนึ่ง ๆ ต้องใช้เวลามาก เพราะต้องเขียน โปรแกรมถึง 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ โปรแกรมทำงาน และโปรแกรมที่ทำหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ภายในเครื่อง เมื่อมีการสร้างโปรแกรมใหม่ ปัญหาก็คือ ต้องมีการสร้างโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์อีกครั้ง ซ้ำซ้อนกับผู้อื่นที่ได้สร้างโปรแกรมนี้ไว้แล้ว ทำให้การพัฒนาโปรแกรมเป็นไป อย่างล่าช้า เพื่อแก้ปัญหานี้จึงได้มีการคิดค้นโปรแกรมที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางควบคุมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ขึ้น ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ระบบปฏิบัติการ หรือ โอเอส (OS: Operating System) ทำให้ไม่ต้องมีการเขียนโปรแกรมที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อีกต่อไป เพราะสามารถทำงานผ่านระบบปฏิบัติการได้โดยตรง

วิวัฒนาการของ Windows Vista

ไมโครซอฟต์ Windows Vista เป็นโปรแกรมระบบปฏิบัติการที่พัฒนาโดยบริษัทไมโครซอฟต์ เพื่อใช้กับเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์ ส่วนบุคคล (Personal Computer: PC) คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีโปรแกรม ระบบปฏิบัติการ (Operating System) ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเครื่อง และอุปกรณ์ต่าง ๆ มิเช่นนั้นคอมพิวเตอร์จะไม่สามารถนำมาใช้งานได้ บริษัทไมโครซอฟต์ได้พัฒนาระบบปฏิบัติการขึ้นมาใช้กับเครื่อง PC มาตั้งแต่ยุคแรก ๆ เรียกชื่อระบบปฏิบัติการนั้นว่า MS-DOS (Microsoft Disk Operating System) ที่มีการทำงานใน แบบเท็กซ์โหมด และได้เปลี่ยนมาเป็นระบบปฏิบัติการ Windows ที่มีการทำงานแบบโหมดกราฟิก ซึ่งทางบริษัทไมโครซอฟต์ได้ทำการพัฒนาไปเรื่อย ๆ ตามการเปลี่ยนแปลงทางด้านฮาร์ดแวร์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ แนวคิดในการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการของบริษัทไมโครซอฟต์ จะ เน้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอยู่สองกลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป และกลุ่มผู้ใช้งานด้าน ระบบปฏิบัติการเครือข่าย เริ่มจาก Windows 3.0 และ 3.1, Windows 95, Windows 98, Windows Me ซึ่งเป็น Windows สำหรับกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป และ Windows NT และ Windows 2000 ที่รวมเอา ความสามารถในการทำงานระดับเครือข่ายไว้ด้วย ต่อมาไมโครซอฟท์ได้รวม Windows ทั้งสองสายพันธุ์นี้เข้าไว้ด้วยกันเป็น Windows XP ซึ่งมี 2 รุ่นสำคัญคือ Home Edition (สำหรับ ผู้ใช้งานทั่วไป) และ Professional Edition (สำหรับผู้ใช้งานองค์กร) Windows XP นับเป็น Microsoft Windows Vista ได้รับการออกแบบให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้น สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกกลุ่ม ตั้งแต่ผู้ใช้งานที่บ้านซึ่งใช้เครื่องของตนในการท่องเว็บตามปกติ จนถึงนักธุรกิจที่ต้องจัดระเบียบและจัดการข้อมูลที่มีปริมาณมาก รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องทำ การวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน เพื่อให้ทุกคนได้รับผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อ ตอบสนองการใช้งานเฉพาะของแต่ละคน Microsoft จะนำเสนอ Windows Vista ในรุ่นต่าง ๆ 4 รุ่น ด้วยกัน ได้แก่ Home Basic, Home Premium, Business และรุ่น Ultimate ที่เป็นรุ่นที่ได้ รวบรวมคุณสมบัติการใช้งานทั้งหมดไว้ แต่ละรุ่นจะเน้นในการตอบสนองการใช้งานแต่ละประเภท โดยเฉพาะ ไม่ว่าเราจะใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อจุดประสงค์ใดก็ตาม ตั้งแต่ความบันเทิงภายในบ้านไป จนถึงประสิทธิผลทางธุรกิจ Windows Vista จะมีรุ่นที่เหมาะสำหรับทุกคนเสมอ สำหรับองค์กรระดับโลกที่มีขนาดใหญ่ มีโครงสร้างด้าน IT ที่ซับซ้อน เราขอแนะนำให้ พิจารณา Windows Vista ในรุ่นพิเศษ คือ Windows Vista Enterprise Edition

รุ่นต่างๆ ของ Windows Vista

Windows Vista Home Basic

เป็น Windows รุ่นที่เหมาะสำหรับความต้องการใช้งาน พื้นฐานตามบ้าน หากเราต้องการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราสำหรับการค้นหาข้อมูลใน อินเทอร์เน็ต ใช้งานอีเมล หรือดูภาพถ่าย เราขอแนะนำว่า Windows Vista Home Basic คือ รุ่นที่ เหมาะกับการใช้งานของเรา แม้ว่ารุ่นนี้จะมีข้อดีไม่มากเท่ากับ Windows Vista Home Premium แต่ก็สามารถช่วยให้เราใช้คอมพิวเตอร์ของเราได้อย่างง่ายดายและปลอดภัยขึ้นกว่า Windows XP

สิ่งแรกที่เราจะสังเกตเห็นได้จาก Windows Vista Home Basic คือ ความง่ายดายในการ ค้นหาโปรแกรมและไฟล์ต่างๆ ที่เราต้องการใช้งาน คุณลักษณะการค้นหาในเดสก์ท็อปแบบทันที จะค้นหาเอกสาร อีเมล ภาพถ่าย และไฟล์อื่นๆ ทั้งหมด แล้วจัดการเรียงผลลัพธ์ตามรูปแบบที่เรา ต้องการดู ยิ่งเมื่อทำงานร่วมกับการค้นหาเว็บในตัวของ Windows Internet Explorer 7 ใน Windows Vista แล้ว เราจะใช้เวลาในการค้นหาสิ่งที่เราต้องการน้อยลง เพื่อให้เราได้มีเวลาทำกิจกรรมอื่นๆ ได้มากขึ้นด้วยระบบป้องกันซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายและเว็บไซต์ปลอมแบบอัตโนมัติ Windows Vista Home Basic จะช่วยให้เราและครอบครัวสามารถใช้คอมพิวเตอร์ด้วยความมั่นใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ผู้ปกครองยังสามารถใช้การควบคุมที่มีอยู่ในการป้องกันการใช้คอมพิวเตอร์ของบุตร หลานอย่างไม่เหมาะสมได้อีกด้วย  Windows Vista Home Basic ช่วยทำให้การตั้งค่าคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ของเรา ง่ายดายขึ้น ด้วยคุณลักษณะที่โอนข้อมูลและการตั้งค่าทั้งหมดของเราออกจากคอมพิวเตอร์เครื่องเก่า ไปยังเครื่องใหม่ได้อย่างง่ายดาย ยิ่งกว่านั้น เรายังสามารถมั่นใจได้นานนับปีกับเทคโนโลยีที่ช่วยให้ ระบบของเราทำงานได้อย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้ตลอดอายุการใช้งาน  กล่าวโดยรวมก็คือ Windows Vista Home Basic มีคุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับการใช้ งานภายในบ้าน

Windows Vista Home Premium

รุ่นของ Windows ที่เหมาะที่สุดสำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปและคอมพิวเตอร์แบบ พกพา Windows Vista Home Premium สามารถสร้างประสิทธิผลในการทำงานและความบันเทิงที่ เราต้องการจากคอมพิวเตอร์ที่บ้านหรือขณะเดินทาง ในรุ่นนี้มี Windows Media Center ซึ่งช่วยให้ เริ่มที่การออกแบบอันล้ำยุคที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์ของเราใช้งานง่ายขึ้นในทุก ๆ วัน ด้วย Windows Aero เราจะได้สัมผัสกับภาพสะท้อนที่เคลื่อนไหวได้ ภาพเคลื่อนไหวที่เลื่อนไปมา ได้อย่างราบรื่น แถบเมนูที่ใสเหมือนกระจก และความสามารถในการสลับไปมาระหว่างหน้าต่าง ต่าง ๆ ที่เปิดอยู่ในรูปแบบสามมิติใหม่ ความสามารถต่าง ๆ ในการค้นหาในเดสก์ท็อปแบบทันที และวิธีใหม่ ๆ ในการจัดการข้อมูลทำให้เราสามารถค้นหาและใช้อีเมล เอกสาร ภาพถ่าย เพลง และ ข้อมูลอื่น ๆ ที่เราต้องการได้อย่างรวดเร็ว

Windows Vista Home Premium ยังช่วยให้ข้อมูลส่วนตัว คอมพิวเตอร์ของเรา และการ ใช้คอมพิวเตอร์ของคนในครอบครัวปลอดภัยขึ้นกว่า Windows รุ่นก่อนๆ ตัวอย่างเช่น Windows Internet Explorer 7 ใน Windows Vista มีระบบป้องกันซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายและเว็บไซต์ปลอม แบบอัตโนมัติ ดังนั้นเราจึงสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ออนไลน์ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น Windows Vista Home Premium มีระบบสำรองไฟล์ต่างๆ ของเราโดยอัตโนมัติ เช่น ภาพดิจิตอลอัน ทรงคุณค่า เพลง ภาพยนตร์ เอกสาร และไฟล์อื่น ๆ เราจึงสามารถผ่อนคลายและมีสมาธิกับงานที่ สำคัญที่สุดของเรา ด้วยการใช้การควบคุมโดยผู้ปกครองที่มีอยู่ ผู้ปกครองจะสามารถควบคุมการใช้ คอมพิวเตอร์ของบุตรหลานให้มีความเหมาะสมและปลอดภัยขึ้น

ความสนุกสนานซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าใน Windows Vista Home Premium คือคุณลักษณะด้านความบันเทิงแบบดิจิตอลที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว Windows Media Center ช่วยให้เราจัดการและเพลิดเพลินกับภาพถ่าย เพลง ดีวีดี รายการโทรทัศน์ที่บันทึกไว้ และ โฮมมูฟวี่ส์ได้ง่ายขึ้น เพลิดเพลินไปกับความบันเทิงบนคอมพิวเตอร์ของเราหรือบนโทรทัศน์ใน ห้องนั่งเล่นด้วย Xbox 360 ที่เชื่อมต่อแบบไร้สายเข้ากับคอมพิวเตอร์ของเรา Windows Vista Home Premium ช่วยให้เราสามารถเขียนภาพสไลด์และโฮมมูฟวี่ส์ลงในแผ่นดีวีดี ให้ดูเหมือนวิดีโอระดับ มืออาชีพที่เพื่อน ๆ และครอบครัวของเราสามารถเปิดดูด้วยเครื่องเล่นดีวีดี หรือคอมพิวเตอร์เมื่อ ต้องการได้ ด้วยการผสานการสนับสนุนเกมและเพลงที่ไม่เป็นรองใคร ทำให้ Windows Vista Home Premium สามารถสร้างประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้านได้อย่างสมบูรณ์

หากเราต้องการคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้งานได้ตลอดเวลาแม้ในขณะเดินทาง เราจะ ชื่นชม Windows Vista Home Premium ที่ช่วยให้เราสามารถใช้ประโยชน์คอมพิวเตอร์แบบพกพา ได้สูงสุด ในรุ่นนี้ยังมีการจัดการพลังงานที่ไม่ซับซ้อน ระบบเครือข่ายไร้สายที่ใช้ง่ายขึ้น และระบบ การซิงค์ข้อมูลให้ตรงกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ช่วยให้เราเชื่อมต่อกับข้อมูลอยู่เสมอ ด้วยความยืดหยุ่นใน การใช้งานที่เหลือเชื่อ เราจึงสามารถวาดและเขียนลงใน Tablet PC ด้วยมือของเรา และสนุกกับสื่อ

ท้ายสุด Windows Vista Home Premium ยังช่วยให้เราสามารถตั้งค่าและใช้งาน คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วย Windows รุ่นนี้มีคุณลักษณะใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การ โอนข้อมูลและการตั้งค่าต่าง ๆ ทั้งหมดของเราจากคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าไปยังเครื่องใหม่ง่ายขึ้น และมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้ระบบของเราทำงานได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

ไม่ว่าเราจะกำลังจัดดุลเงินในบัญชี ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนผ่านคอมพิวเตอร์แบบ พกพา ดูภาพยนตร์ที่ดาวน์โหลดหรือบันทึกไว้ที่บ้าน หรือแบ่งปันภาพโปรดในแผ่นดีวีดีที่ทำขึ้นเอง ให้กับเพื่อนๆ การทำงานเหล่านี้ล้วนสามารถดำเนินไปได้อย่างดีเยี่ยมกว่าเดิมด้วยคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows Vista Home Premium

Windows Vista Business

ทางเลือกหนึ่งเดียวสำหรับธุรกิจของเรา เพื่อปัจจุบันและอนาคต  Windows Vista Business คือระบบปฏิบัติการ Windows ระบบแรกที่ได้รับการ ออกแบบมาเฉพาะเพื่อการตอบสนองความต้องการใช้งานของธุรกิจขนาดเล็ก เราสามารถทำให้การ ทำงานในธุรกิจของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ด้วยการใช้อินเทอร์เฟซที่ปรับปรุงใหม่ที่ใช้งาน ง่าย ซึ่งสามารถช่วยเราค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ทั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ และในเว็บ ด้วยคุณสมบัติด้านการรักษาความปลอดภัยใหม่ที่ทรงพลัง เราสามารถควบคุมและ ปกป้องข้อมูลที่มีความสำคัญต่อธุรกิจของเรา และสร้างความไว้วางใจในตัวลูกค้าของเราได้อีกด้วย

นอกจากนี้ สำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโต การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ให้ดีขึ้น จะสามารถช่วยให้เราติดต่อสื่อสารถึงกันได้ง่ายยิ่งขึ้น ทั้งในขณะอยู่ในสำนักงานหรือนอก สำนักงาน Windows Vista Business ช่วยให้เราประหยัดเวลาที่ต้องเสียไปกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ การสนับสนุนเทคโนโลยี ให้เรามีเวลากับการทำให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จได้มากขึ้น Windows Vista Business ช่วยให้เราสามารถจัดการวิธีการที่พนักงานของเราใช้ในการเชื่อมต่อกับ เครือข่ายของเรา เราสามารถมั่นใจได้ว่า พนักงานของเราจะได้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์ของตน

Windows Vista Ultimate

Windows Vista รุ่นที่สมบูรณ์ที่สุดด้วยคุณลักษณะต่างๆ ด้านการใช้งาน ความ ปลอดภัย และระบบเคลื่อนที่ที่จำเป็นสำหรับงานของเรา รวมถึงคุณลักษณะด้านความบันเทิงให้เรา เพลิดเพลินได้ตามต้องการ เป็นทางเลือกหนึ่งเดียวที่เหมาะสำหรับธุรกิจของเรา เพื่อปัจจุบันและ เพื่ออนาคต

Windows Vista รุ่นที่สมบูรณ์ที่สุดด้วยคุณลักษณะต่างๆ ด้านการใช้งาน ความ ปลอดภัย และระบบเคลื่อนที่ที่จำเป็นสำหรับงานของเรา รวมถึงคุณลักษณะด้านความบันเทิงให้เรา เพลิดเพลินได้ตามต้องการ เป็นทางเลือกหนึ่งเดียวที่เหมาะสำหรับธุรกิจของเรา เพื่อปัจจุบันและ เพื่ออนาคต

หากเราต้องการเครื่องมือที่ทำได้ทุกอย่างแม้แต่การสลับที่ราบลื่นระหว่างการใช้งาน และความบันเทิง Windows Vista Ultimate คือทางออกของเรา Windows Vista รุ่นนี้รวมโครงสร้าง ระบบขั้นสูงที่เน้นการใช้งานสำหรับธุรกิจ ประสิทธิผลในการทำงานแบบเคลื่อนที่ และความ บันเทิงระบบดิจิตอลชั้นยอด ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในระบบปฏิบัติการเดียว Windows Vista Ultimate มีคุณลักษณะต่างๆ ทั้งหมดที่ Windows Vista Home Premium มี ซึ่งได้แก่ Windows Media Center, Windows Movie Maker ที่ให้ความละเอียดสูง และ Windows DVD Maker และยังมีคุณลักษณะทั้งหมดของ Windows Vista Business ด้วย ซึ่งได้แก่ ระบบเครือข่ายของสำนักงาน เครื่องมือการจัดการแบบรวมศูนย์

Windows Vista Enterprise

ทางเลือกหนึ่งเดียวสำหรับธุรกิจของเรา เพื่อปัจจุบันและเพื่ออนาคต เพื่อที่จะ ตอบสนองความต้องการขององค์กรใหญ่ระดับโลกและองค์กรที่มีโครงสร้างระบบ IT ที่ซับซ้อนสูง ให้ดีกว่า Windows Vista Enterprise จึงออกแบบมาให้สามารถลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงด้าน IT ให้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากคุณลักษณะทั้งหมดที่มีอยู่ใน Windows Vista Business แล้ว Windows Vista Enterprise ยังได้รับการออกแบบให้มีการปกป้องข้อมูลในระดับที่สูงกว่าโดยใช้ เทคโนโลยีการเข้ารหัสที่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์ด้วย และยังมีเครื่องมือสำหรับเพิ่มความใช้งานร่วมกันได้ ของโปรแกรมประยุกต์และทำให้องค์กรต่าง ๆ มีมาตรฐานเดียวกันโดยใช้อิมเมจเดียวในการปรับ ใช้ทั่วโลก Windows Vista Enterprise จะจำหน่ายให้เฉพาะลูกค้าที่มีคอมพิวเตอร์ที่มี Microsoft Software Assurance หรือ Microsoft Enterprise Agreement เท่านั้น

พื้นฐานการทำงานของ Windows Vista

ในวินโดวส์วิสต้า ได้ปรับให้ในส่วนของการจัดการฮาร์ดแวร์ การจัดเก็บข้อมูลบนไดรว์ และการจัดหาชุด APls (Application Programming Interface) ที่ซอฟต์แวร์ตัวอื่นเรียกใช้งานได้ ให้มีการตอบสนองต่ออาการทำงานได้ดียิ่งขึ้น ในส่วนของการพัฒนาที่สำคัญที่สุดของวิสต้าจะถูกวางไว้อยู่ใต้สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า ซึ่ง ส่วนใหญ่การพัฒนาที่เกิดขึ้นจะสัมพันธ์กับระบบรักษาความปลอดภัย โดยเราได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ อย่างละเอียดแล้วในกรอบ “ไมโครซอฟท์ปิดกั้นระบบรักษาความปลอดภัย…และผู้ค้าซอฟต์แวร์ ระบบรักษาความปลอดภัย”

การเชื่อมโยงต่อระบบเครือข่าย (Networking) ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับการปรับปรุง โดย ชั้น TCP/IP ใหม่ในวิสต้าจะมีสแต็กที่สนับมนุน IPv6 โดยตรง และปรับแต่งให้รองรับทำงาน ต่างๆ ที่ผ่าน TCP บนวินโดวส์ให้ดียิ่งขึ้น แถมยังมาพร้อมกับการสนับสนุนการเชื่อมต่อไร้สาย (Wi-Fi) ที่ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

วิสต้าได้รับการปรับปรุงเรื่องประสิทธิภาพการทำงานในส่วนต่าง ๆ มากมาย เช่น SuperFetch ที่คอยติดตามโปรแกรมที่ถูกเรรียกใช้บ่อย เพื่อโหลดพวกมันไว้ล่วงหน้า ReadyBoost ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้หน่วยความจำแฟลชบนไดรว์ยูเอสบีความเร็วสูงเป็นสวอปไฟล์เพิ่มเติม (ทำ ให้สวอปไฟล์ทำงานได้เร็วกว่าการหมุนจานดิสก์ในฮาร์ดไดรว์) ReadyDrive สนับสนุนฮาร์ดดิสก์ แบบไฮบริดที่ภายในมีแคชเป็นหน่วยความจำแฟรช พร้อมกันนี้วิสต้าจะมาพร้อมกับกลไกการ จัดการ I/O ให้มีการทำงานตามลำดับความสำคัญได้ อย่างเช่น สามารถทำให้โปรแกรมอย่างเช่น Windows Defender สแกนในแบ็กกราวนด์ได้โดยไม่ทำให่กิจกรรมที่โฟร์กราวนด์ชะงัก นอกจากนี้ วิสต้ายังสามารถตั้งเวลาให้ระบบทำดีแฟรกไดรว์โดยอัตโนมัติได้อีกด้วย โดยรวมแล้ว ประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้วิสต้าถือว่าเป็น “บวก” สำหรับการรันบนเครื่องแรง ๆ

วิสต้ายังมาพร้อมกับ Sleep mode ตัวใหม่ที่อ้างว่าช่วยให้การพักระบบชั่วคราว (suspending) และการกลับมาพร้อมทำงาน (resuming) เร็ว และเสถียรขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเครื่องที่ ทดสอบเราไม่รู้สึกว่า sleep mode ตัวใหม่ให้คำตอบที่ดีกว่าเดิมจริง ๆ สำหรับสาเหตุที่ทำให้ได้ผล เช่นนี้ อาจจะมาจากวิสต้าเอง หรือฮาร์ดแวร์หรือไดรเวอร์ และไบออส เป็นเรื่องที่ตัดสินได้ยากอยู่ เหมือนกัน

ไมโครซอฟท์ยังได้เปลี่ยนแปลงการทำงานพื้นฐานอีกมากมาย รวมถึงในส่วนที่เป็นเคอร์ เนล (Kernel) ของวิสต้าด้วย โดยจะเป็นพวกฟังก์ชันระดับล่างอย่างเช่น การบริหารจัดการ หน่วยความจำ , การทำ งานที่สอดคล้องกันของโพรเซสเซอร์หลายตัว (multi-processor synchronization) และการจัดตารางการทำงานของ I/O การปรับปรุงส่วนใหญ่ก็เพื่อช่วยให้ สมรรถนะของการทำงาน ตลอดจนระบบรักษาความปลอดภัย และความเชื่อถือได้ของระบบดีขึ้น

นอกจากนี้ วิสต้ายังได้เพิ่มเติมในส่วนของ Windows API โดยรวมเอาเฟรมเวิร์กของ .NET 3.0 ไว้ด้วย ทำให้นักพัฒนาได้ใช้ความสามารถต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Wimdows Presentation Foundation (ก่อนหน้านี้ใช้โค้ดเนมว่า Avalon), Windows Communication Framework (ก่อนหน้านี้เรียกว่า Indigo) และ Windows CardSpace (ก่อนหน้านี้เรียกว่า InfoCard) แต่ไม่มี WinFS (Windows Future Storage) ระบบจัดเก็บไฟล์ในรูปแบบฐานข้อมูล

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s